ตกหลุมรัก1 ยูพี-จินเมะ
posted on 15 Jul 2009 10:42 by forever-more in shortficปล. พาทนี้ยูพีเป็นหลักนะ
…………………………………..
“เฮ้ยยูอย่าทำอย่างงั้นได้ไหมวะ ปากห้อยอยู่แล้วก็ชอบทำให้มันห้อยหนักเข้าไปอีกนะมึง”
จินแซวยูอิจิยกใหญ่แต่แปลกที่คราวนี้ยูไม่ตอบโต้อะไรเลย ได้แต่นั่งตาค้างปากห้อยอยู่อย่างงั้น หน้าตาโง่ๆเนี่ย ยูอิจิถนัดทำเป็นที่สุดต่อหน้ายามะพี ไม่สิ ไม่ว่าต่อหน้า ลับหลัง ข้างๆหรืออะไรก็ตามแต่ แต่ถ้าที่นั่นมีการปรากฏตัวของยามะพีอยู่ละก็ โง่ขึ้นมาทันที แบบอัตโนมัติเลยแหละ
อันนี้เป็นความคิดเห็นลับๆที่เหล่าพ้องเพื่อนคัทตูนแอบรู้กันอยู่ห้าคน - -“
ไม่สนครับงานนี้ พี่ยูนั่งหูทวนลมตีหน้าโง่เสียเหมือน จนใครๆก็เชื่อสนิทใจว่ามันโง่จริง แต่ใครจะรู้ ภายใต้ปากห้อยๆตาเยิ้มๆนั่น ยูกำลังเก็บเกี่ยวสูดอากาศรอบกายที่มีลมหายใจของบุคคลที่ชื่อยามาชิตะโทโมฮิสะอยู่ด้วย ช่างเป็นแผนที่แยบยลและชาญฉลาดจนใครก็นึกไม่ถึง -*-
“พี ถ่ายรูปกัน” เสียงแหบๆแต่น่ารักของคาเมะเรียกยามะพีให้มาสนใจตัวเอง ร่างบางกว่ามากๆขยับเข้าไปจนชิด ใบหน้าขาวแก้มนิ่มแนบติดกับแก้มนุ่มๆสีน้ำผึ้งอมเลือดฝาดของอีกคน ยามะพีอมยิ้มน้อยๆแต่น้องเมะฉีกยิ้มกว้างเกือบถึงใบหู มือเล็กๆเล็งโทรศัพท์ก่อนจะกดแชะๆ
“จินน้ำลายหกแล้วมึง”
อาการหนักกว่ายูหลายขุมเลย ไอ้จินที่ไม่เคยเก็บอาการว่าอยากได้คาเมะจนออกนอกหน้านอกตาน้ำลายไหลไม่หยุด ยูอิจิหันไปมองอย่างรังเกียจ
“น้องคงชอบมึงนะไอ้จิน”
จินหล่อจินเท่ห์ จินเสียงดี เต้นเก่งร้องเพลงเพราะ ภาษาอังกฤษก็เยี่ยม แต่อยู่ใกล้คาเมะเท่านั้นแหละ ไปไม่เป็นทันที ก็คลายๆกับยู ยูสูง หน้าตาดี หุ่นดี ทำบีทบ๊อกขั้นเทพ หยอดมุขเก่ง วางตัวเก่ง แต่แค่คำว่ายามะพีเท่านั้นแหละกลายเป็นคนหน้าตาโง่ๆคนนึงเลย
ได้แต่มองสิ่งมีชีวิตที่สวยงามตาละห้อย อยากเข้าไปคุยด้วยแต่ก็ไม่กล้า ยามะพีที่มีแต่คนล้อมหน้าล้อมหลัง ยามะพีที่มีตัวเลือกมากมาย .... แล้วไอ้ยูอิจิคนนี้ล่ะ มีอะไรควรคู่กับยามะพีไหมครับ
“ถ่ายด้วยสิ ถ่ายด้วยนะพี” ไอ้จินตั้งตัวได้ก็ไปนั่งเบียดตรงกลางกระแซะเข้าไปใกล้ยามะพีแล้วควักมือถือตัวเองเตรียมจะถ่ายบ้างแต่โดนน้องโวยวายซะก่อน
“เอ๊ะ ไอ้จินนี่ เสียมารยาท ตัวก็ควาย เบียดมาได้ .....”
“นายถอยไปเลยคาเมะ ฉันจะถ่ายกับพีสองคน”
ลืมบอกไป วิธีใกล้คาเมะของจินก็เป็นอย่างงี้ เก็บความรักอันเปี่ยมล้นไว้ในอกแล้วปล่อยหมาออกมาเพ่นพ่านแทน แล้วคนอย่างคาเมะจะรู้ไหม ว่านั่นเป็นการแสดงออกถึงความรักอันเปี่ยมล้นของจิน
ยูอิจิกันมายื้มให้คาเมะที่เดินปึงๆนั่งกระแทกตัวลงข้างๆเค้า คาเมะเหมือนเด็กดื้อๆคนนึงที่น่ารักน่าเอ็นดู มือใหญ่เอื้อมมาลูบผมนุ่มเบาๆ
“แหม เค้ารักหรอกเลยหยอกเล่นน่าคาเมะ”
“ไม่เชื่ออะยู ดูมันดิ” คาเมะทำหน้างอ ยูมองตามเห็นจินทำปากยู่ๆถ่ายรูปกับยามะพี วินาทีเดียวเท่านั้นที่ประกายตาสุกใสนั่นหันมาสบกันพอดี ยามะพีอมยิ้มเขินๆรีบเบือนหน้าแดงๆไปอีกทาง ก็สบตากันไม่ทันตั้งตัว พอเห็นอย่างงั้นก็แปลว่ายุก็กำลังมองเค้าอยู่เหมือนกัน มันน่าดีใจนี่ แล้วก็เขินมากๆเลยไม่กล้ามองหน้าตรงๆอะ .....
แต่ยูของเราสิ เห็นยามะพียิ้มเขินๆอย่างนั้นตัวเองก็เลยอายบ้าง ร่างสูงๆฟุบลงกับโต๊ะ คาเมะเบะปากใส่เบื่อๆจีบกันไม่รู้ตัวอีกละคู่นี้
.
.
.
พอเริ่มดึกก็เริ่มเละเทะ ก็โคกิตัวดีดันไปวานแดนเซอร์ให้ช่วยซื้อเบียร์มาเพิ่ม กินมันในบริษัทนี่แหละปลอดภัยไม่เป็นข่าว แถมยังกินกันออกบ่อย แต่คราวนี้คึกคักหน่อย คัทตูนกับนิวส์อยู่กันพร้อมหน้าเฮฮากันได้ที่ แต่ไอ้สองคนนี่สิเมาเละพร่ำพร้อดรักกันมากไปแล้ว
“กูรักมึง ...ห้อย”
“เชี่ยจิน ..... ขอจูบหน่อย จูบ จูบ”
จินยื่นปากไปหายูอิจิที่ทำปากจู่รออยู่อย่างน่ารัก เมาเละเทะงานนี้ เดือดร้อนโคกิจับแยกออกจากกันเพราะว่าไม่อยากเห็นเซเมะจูบกันเองอย่างอุจาดตา
“อุบาทว์มากพอไหมเพื่อนมึงอะ” โคกิหันไปด่าจุนโนะที่ยังคงยิ้มละมุนละไมให้ลมฟ้าอากาศ เพราะว่าด่าสองคนนี้ไปคงไม่มีผลอะไรหรอก
ฝ่ายยามะพีกับคาเมะก็คุยกันเรื่องผู้ชาย(?)กระหนุงกระหนิง สังเกตุว่ามุมที่คนสวยสองคนนั่งอยู่มีของกินอยู่เต็มโต๊ะเพราะมีคนคอยเอาอกเอาใจ คาเมะก็คุยเก่ง ยามะพีก็อมยิ้มได้น่ารักน่าชัง อะไรมันจะต่างกับไอ้สองตัวนั่นได้อย่างงี้อีก
“นี่พี เห็นอย่างงี้แล้วเลิกรักยูอิจิรึเปล่า”
“บ้าเหรอ ใครรักใคร” แต่หน้างี้แดงเถือกเลยแหละ - -“
“งั้นถามใหม่ไอ้พี่ยูมันดูงี่เง่ามากไหม”
“แล้วนายว่าจินงี่เง่ามากไหมล่ะ”
“มากสิ มากๆเลยด้วย” แต่ก็หน้าแดงแข่งกับยามะพีไปซะแล้ว
คาเมะมองดูจินที่เริ่มร้องไห้โวยวายว่าไม่มีใครรักแล้วก็ต้องเชิดปากใส่ โฮ๊ะ อย่างมันอะเหรอไม่มีใครรักเบอร์สาวก็เห็นขอมาทั่ว จินไม่ต้องเปลืองแรงเปลืองตังค์อะไรหรอก ก็เห็นมีแต่ผู้หญิงอะที่เป็นฝ่ายโทรมา ฮ๊อตนักนี่ไปอัดรายการที่ไหนก็คนนูนคนนี่มาแอบกิ๊กกั๊กเต็มไปหมดส่วนจินก็ได้แต่ยิ้มรับหน้าชื่นตาบานเท่านั้นเอง ตอแหลๆผู้ชายตอแหล
“ใครๆก็ไม่ร้ากกกก เข้าใกล้ใครคนอื่นเค้าเบื่อหน่าย”
ดูเหมือนจินจงใจตะโกนข้ามมาฟากนี้ใส่คาเมะดังๆ มองคาเมะตรงๆปากก็แหกร้องเพลง งอแงงอุบาทว์เป็นที่สุด ดีไม่อ้วกด้วยนั่นจะยิ่งเพิ่มความอุบาทว์ให้มันสมบรูณ์แบบเข้าไปอีก
“น้องเองก็ไม่ร้ากกกกก ไม่เคยมาปลอบใจ ....”
“ไอ้จิน ไอ้บ้า” คาเมะเริ่มเดือดดาลตะโกนใส่จินที่เริ่มร้องไห้อีกแล้ว ร้องไม่ร้องเปล่าลงไปนอนดิ้นข้างล่างด้วย
“ฉันว่านายไปดูจินหน่อยไหม” ยามะพียังคงอมยิ้มละมุนละไมใส่คาเมะที่หน้าแดงจะเพราะอายหรือโกรธหรืออะไรไม่รู้ แต่เดาได้ว่าเกี่ยวกับจิน ^^
“ไปดูทำไม ไม่เห็นมันเป็นอะไรเลย”
แต่จินร้องไห้ดิ้นไปดิ้นมาใหญ่เลยแหละ นี่คือเบื้องหลังของอาคานิชิจิน ผู้ชายที่แฟนๆต่างก็บอกว่าโซคูล แต่เมาเละเลยแหละ
“เฮ้ย คาเมะ มันร้องไห้จริงนะ”
คาเมะตาโตขึ้นมาจริงๆเลยคราวนี้ เมื่อโคกิบอกว่าจินร้องไห้จริงๆ อ้าวก็นึกว่ามันเป็นฟิกขำที่คนแต่งก็แต่งให้มันดูโอเว่อร์ไปอย่างงั้นนี่ ไม่นึกว่าจินจะร้องไห้จริงๆ
“พีๆ พีไปปลอบจินดิ จินร้องไห้จริงๆนะ” เป็นคาเมะซะเองที่ทำหน้าจะร้องไห้ตาม คาเมะเชื่อที่สุดว่ายามะพีนั่นแหละที่สนิทกับจิน เพราะว่าจินน่ะชอบไปออเซาะฉอเลาะกับยามะพีบ่อยๆ ถ้าเป็นคาเมะเข้าไปปลอบดิ มีหวังได้ทำจินร้องไห้หนัก ไม่ก็โดนจินด่ากลับมากอีก
“คาเมะ นายก็ได้ยินไม่ใช่เหรอที่จินร้องเมื่อกี้อะ”
ได้ยินสิ ... น้องเองก็ไม่รัก ไม่เคยมาปลอบใจ ... ได้ยินแล้วก็พยายามจะไม่คิดอะไรมากด้วย แต่ก็คิดละนะ ... จินบ้าจะเอายังไงกันแน่ >///<
ยามะพียิ้มให้คาเมะที่ลุกไปหาจิน มือผอมๆพยายามดึงแขนที่จินเอาปิดหน้าตัวเองไว้ออกแต่จินก็ไม่ยอมเอาออกสักที ส่วนคาเมะก็ไม่กล้าดึงแรงๆมากนักหรอก วินาทีนี้อะไรมันก็แผ่วเบาไปหมดแหละเว้นเสียแต่หัวใจที่มันเต้นแรงหนักขึ้นทุกที >///< กรี้ดกร๊าดดดด (จะกรี้ดเพื่อ .... )
โคกิทนเห็นน้องกับเซ็กซี่แมนยื้อกันตรงนั้นไม่ไหวเลยบอกให้คาเมะทำยังไงก็ได้ เอาไอ้จินไปไว้ในห้องนอนเฉพาะกิจของคัทตูนที่ชั้น77ด้วยเถอะ เพราะดูท่าแล้วมันจะไม่ไหวจริงๆ
“หรือจะให้ฉันพามันขึ้นไปด้วย ฉันว่าฉันช่วยนายพามันขึ้นไปดีกว่านะ ท่าทางจะไม่ไหว”
จุนโนะยิ้มๆถามออกไปทำท่าจะลุกขึ้นมาหิ้วปีกอีกข้างของจินแต่เมื่อจินหันมามองทั้งตาแดงๆแบบเคืองๆแค่นั้นแหละ จุนโนะก็สมายล์ออกมาอีกครั้งแล้วก็ทรุดกายลงนั่งตามเดิม
“นายจัดการกันเองแล้วกันนะคาเมะ” จุนโนะพูดยิ้มๆ(ยิ้มตลอด) พอพูดจบก็เห็นจินซุกหน้าลงกับอกคาเมะแล้วก็เกาะเอวบางนั่นเหนี่ยวแน่น ตกลงมึงเมาจริงระเปล่าจินแต่ไอ้น้ำตานี่มันไหลจริงๆนะนั่น อารมณ์ไหนวะ
“อ้าว ... ตะ ...แต่”
“ ............”
“โอ๋ ... จินไม่เป็นไรนะเดี๋ยวคาเมะพาไปนอน” นี่กูกลายเป็นพี่เลี้ยงเด็กไปแล้วเพียงเพราะอาคานิชิมันเริ่มสะอึกสะอื้นอีกครั้งรึไงเนี่ย ........ ควาย
.
.
.
เมื่อคาเมะไปยามะพีผู้ซึ่งปฏิเสธใครไม่เป็นก็เลยตกอยู่ในสถานการณ์กลืนไม่เข้าคายไม่ออก เมื่อพี่ๆอาราชิพัดเข้ามาอย่างกับพายูจู่โจมน้องพีของเราอย่างไม่ทันตั้งตัว นิโนะนี่หนักกว่าเพื่อนหยอดคำหวานพลางหยิกแก้มไปด้วยเลย เอาจริงรึเปล่าวะ
หันไปมองเรียวแห้งๆฝ่ายนั้นก็ยิ้มกลับมาให้แห้งๆเหมือนกันเพราะว่าอุจิก็กำลังจะเมาไม่เมาแหล่ ความในใจที่สื่อกลับมาให้ก็เลยกลายเป็นว่า ช่วยตัวเองไปก่อนนะน้องพี
“โห นี่น้องเมะกล้าปล่อยน้องพีไว้คนเดียวแบบนี้ด้วยเหรอครับ”
“จินเมาเละแล้วน่ะเมะก็เลยต้องห้ามไปส่ง”
“ฮ่าๆๆๆ มันอ้อนน้องน่ะพี่” ยามะพีส่งยิ้มทราบซึ้งใจไปให้โคกิที่อัญเชิญตัวเองมานั่งด้วยอย่างถูกเวลาตาม แต่ไม่ได้มาตัวเปล่ามีจุนโนะที่ลากยูติดไม้ติดมือมาด้วย ไหวเหรอเมาใหญ่แล้ว ... ยามะพีมองตาเยิ้มๆของคนรัก แล้วก็หน้าร้อนแปลกๆก็เลยดื่มเบียร์เข้าไปอึกใหญ่
“แค่กๆๆๆ”
“อุ่ย เป็นไรรึเปล่าหน้าแดงใหญ่แล้ว”
“ฮ่าๆๆ เปล่าครับพี่” เสมองไปทางกลุ่มนิวส์ที่มีอุเอดะไปสุมหัวอยู่ด้วย นั่นก็เสียงดังเฮฮาจังเลยนะ
“แล้วนี่จะเมากันถึงเช้าเลยรึเปล่า แล้วน้องพีจะกลับยังไงล่ะครับเอารถมารึเปล่า หรือจะให้พี่ไปส่ง”
“เอ่อ ก็คงจะ ... เอ่อ” ยามะพีอ้ำๆอึ้งๆไม่รู้จะตอบยังไงก็พอดีกับที่อยู่ดีๆยูอิจิก็ลุกขึ้นมากระแทกตัวลงนั่งข้างๆเค้านั่นแหละ นิโนะมองงงเหมือนจะถามอะไรแต่ก็กดรับโทรศัพท์ที่มันดังขึ้นมาเสียก่อน
“นี่ทุกคนเดี๋ยวพี่ไปแล้วนะเจ้าโชมันโทรมาตามแล้วอะ ไปก่อนนะไอบะ” รุ่นพี่ร่วมค่ายล่ำลาเพื่อนที่นั่งก๊งเหล้ากับอีกกลุ่มอย่างเฮฮา เสียงตะโกนล่ำลานิโนะดังไม่ขาดสายแต่ตอนนี้ยามะพีได้ยินก็แค่เสียงหัวใจที่เต้นดังโครมๆเพราะว่ามีคนตัวหนักๆแอบมาพิงแขนอยู่ข้างๆ เขินจังแฮะ
จะตีหนึ่งแล้ว ยูอิจิเลิกพิงแขนยามะพีแล้วแต่ก็ยังคงเมาอ้อแอ้อยู่แล้วก็ยังกระดกแก้วเหล้าดื้มเป็นระยะๆ ดื่มมากๆแบบนี้จะเป็นไรไหมนะเป็นห่วงจัง
ตอนนี้ถึงยามะพีจะรับหน้าที่เป็นคนชงเหล้าให้กับโคกิกับจุนโนะแม้จะชงไม่ค่อยเป็นก็เถอะแต่พวกนั้นก็ไม่ว่าอะไรเลย สองคนนั่นคุยกันหัวเราะใส่กันอย่างกับไม่ได้เจอกันมาเป็นชาติ
“ฮะๆๆ พีจังดูคนข้างๆนายดิปากห้อยใหญ่แล้ว”
“เฮ้ยยูมึงพูดอะไรบ้างก็ได้นะ”
แล้วพี่ยูของเราก็เลยพูดออกมาดังๆสนองความอยากให้กับคนที่อยากได้ยินเสียงนักหนา
“อยากมีแฟน!!!”
“โอ๊ะ ข่าวล่ามาเร็วครับท่าน ท่านยูอิจิอยากมีแฟน เรื่องนี้ต้องขยาย” โคกิมองคุซาโนะอย่างอึ้งๆมันมาตอนไหนฟระไอ้นี่ ไม่สิไม่ใช่มันคนเดียวโคะด้วย ชิเงะอีกคน
“อยากมีแฟนน่ารักๆ!!!”ได้ยินกันชัดๆอีกครั้ง คนอื่นยื่นหน้าเข้าไปใกล้ยูอิจิกันสล่อนบางคนเอานิ้วจิ้มแก้มยูอีกต่างหาก โคกิเห็นชักเคืองเพื่อนกูไม่ใช่โคล่าในสวนสัตว์นะเว้ย ถึงแม้จะปากห้อยก็เถอะ(เกี่ยวเหรอ)
“โอ้ว แล้วเกณฑ์ในการพิจารณาล่ะครับท่าน”
“กลิ่นตัว หอมๆ” สิ้นคำพูดทุกคนต่างก้มลงสูดกลิ่นที่แขนฟุดฟิดๆ ไม่เว้นแม้แต่ยามะพี
“เฮ้ย เลิกบ้าได้แล้วมึง ปล่อยไอ้ยูมันสงบสติอารมณ์ก่อน เมาหนักแล้วน่ะ เดี๋ยวก็ร้องไห้เหมือนไอ้จินหรอก อ้าวเฮ้ยเชี่ยยู มึงร้องไห้จริงๆเหรอ”
“ปล่าว .... “ แต่น้ำตาคลอๆนะ โคกิรีบลากคนอื่นๆออกมาจากที่ประชุมพากลับวงก๊งโดยด่วนก่อนจะฝากยูอิจิไว้กับยามะพีเป็นดิบดีว่า
“พี ฝากยูมันหน่อยนะ อย่าให้มันกินเหล้าล่ะ หมอนี่เดี๋ยวมันก็ฟื้นตัวกินเหล้าเก่งออกแล้วเดี๋ยวค่อยให้มันพากลับก็แล้วกันนะ ... เอ่อ นายไม่อึดอัดนะ” สำหรับไอ้ยูไม่อึดอัดแน่นอนออกจะชอบใจด้วยซ้ำแต่ยามะพีนี่ไม่แน่ใจ
“ไม่เป็นไรเดี๋ยวดูให้” ยิ้มเขินๆส่งให้โคกิยืนยันว่าไม่ลำบากใจเลยสักนิดให้เพื่อนหน้าเหลี่ยมวางใจ เห็นยูอิจิก้มหน้ายามะพีก็เลยก้มหน้ามองหน้ายูอิจิให้ชัดๆว่าร้องไห้จริงรึเปล่า .... อื่ม เมาก็ยังหล่อ
ฝ่ายชายก็บอกตรงๆว่าเมาจริงๆดวงตาพร่ามัวหัวหมุนติ้วๆพยายามจับแก้วเหล้าแต่ก็เหมือนจะถูกมือนิ่มๆของใครรั้งไว้จนยูอิจิต้องหันไปมองใกล้ๆจนจมูกแทบชิดว่าอ๋อ ยามะพีนี่เอง ... เฮือก ยามะพี .....
ชายหนุ่มพึ่งสำนึกได้ว่าควรอายก็เลยเผลอหันหน้ากลับควับจนหัวหมุนติ้วๆทำท่าจะยกแก้วขึ้นดื่มอีกแต่ก็เริ่มหาแก้วไม่เจอ น้ำตาก็เริ่มคลอๆเมื่อพบว่ายามะพีขัดขวางตัวเองไม่ให้ดื่มเหล้า ... ใจร้าย
“ยูอิจิ เมาแล้วนะ” ยามะพีเริ่มข่มความอายลงได้นิดๆเพราะมันขำขึ้นมาแทนเมื่อเห็นปากห้อยๆของยูอิจิโดนกัดอย่างน้อยใจที่ถูกขัดใจ จับมือที่ปัดป่ายไปตามโต๊ะมาไว้บนตักแล้ว(มองซ้ายขวานิดหน่อยเห็นว่าคนอื่นก็กรึ่มๆได้ที่)รั้งไหล่หนาค่อยๆให้นอนลงบนตักตัวเองอย่างทุลักทุเลเต็มทน ใช้มือสองข้างจับมือยูอิจิไว้เพราะรู้สึกว่ามือจะไม่อยู่สุขเหลือเกิน ปัดๆไปทางโต๊ะอยู่นั่นแหละ
“นอนนิ่งๆสักหน่อยนะ” กลายเป็นว่ายูอิจิเลือกเอามือนิ่มๆมาเป็นของเล่นแทน คลี่กางนิ้วเรียวนั่นเล่นแล้วก็พูดออกมาว่า
“สวย” ทำเอาความอายตีแสกหน้ายามะพีอย่างจังอีกครั้ง
“นิ่ม”
“หอมด้วย” คนบ้า ถ้าพูดถึงขนาดนี้ไม่ขอเป็นแฟนเลยล่ะ ร่างบางกระเง้ากระงอดในใจคนเดียว
“ปวดหัวจัง” ยูอิจิเพ้อๆแล้วหลับตานิ่งๆ มึนหัวตึบๆความจริงอยากมองหน้ายามะพีอีกแต่มันก็เริ่มเบลอมากๆจนไม่แน่ใจว่าใช่ยามะพีรึเปล่า ตักนิ่มๆ กลิ่นกายหอมๆ ความอบอุ่นจากสัมผัส เพี้ยง ขอให้เป็นยามะพีของผมทีเถอะ
ยามะพีสีหน้าเป็นกังวลขึ้นมาเพราะว่าห่วง มือบางลูบกลุ่มผมเส้นเล็กๆเบาๆหวังจะให้ยูรู้สึกดีขึ้น โครงหน้าหล่อๆที่หลับตานิ่งๆอยู่ตรงนี้คือยูอิจิ ไม่เคยได้มองใกล้ๆอย่างนี้เลย ผมก็เส้นเล็กละเอียดจัง ถ้าซ่างเมาแล้วยูจะว่าอะไรเค้าไหมนะที่แอบลูบผมเล่นแบบนี้ ยูจะอ้อนแบบนี้อีกรึเปล่าหรือจะกลับไปเป็นเหมือนเดิม เป็นยูที่บื้อใบ้ไม่สนใจยามะพีคนเดิม
ร่างบางล้วงโทรศัพท์ออกมาโทรหาคาเมะที่เงียบหายไป พอเห็นยามะพีไม่สนใจยูก็เลยหงุดหงิดขึ้นมาซะอย่างงั้น
“ปวด ....” ชายหนุ่มเริ่มขยับตัวแล้วจับมือนิ่มๆของยามะพีไว้ ฤทธิ์สุราเริ่มทำให้ปากไวแล้วก็งอแง(เหมือนจินเลย) ยามะพีเลยจำต้องวางโทรศัพท์ลงทั้งที่ได้คุยกับคาเมะแค่ไม่กี่ประโยค
“ไหวไหม” ยามะพีเริ่มหน้าเสียเพราะว่ายูอิจิดูเหมือนจะใกล้ๆร้องไห้เข้าไปทุกที ร่างสูงเลื่อนใบหน้าซุกลงกับหน้าท้องเรียบๆแล้วเอาแขนตัวเองโอบรัดรอบเอวคอดๆนั่นไว้ ยามะพีไม่รู้จะทำอะไรดีไปกว่าลูบตัวชายหนุ่มปลอบใจอีกแล้ว
“อยากกลับบ้าน” เสียงอู้อี้เบาๆทำให้ยามะพีต้องก้มลงไปฟังใกล้ๆ นานเท่าไหร่ไม่รู้ที่ยูอิจินอนดิ้นๆอยู่บนตักนุ่มๆของยามะพีที่ตอนนี้เริ่มจะชาขึ้นมาแล้ว ร่างบางพยายามจะขยับกายแต่ก็ติดตัวใครบางคนนี่แหละ จนสักพักโคกิก็เลยเดินเข้ามาบอกว่าจะพายูอจิกลับบ้าน แล้วไงล่ะ ไอ้ห้อยมันไม่ยอมปล่อยมือยามะพีอะ
“เฮ้ยมึงไอ้โนะ มึงมาแงะมือมันออกจากมือพีดิ กูจะเอามันกลับบ้านแล้ว ไอ้บ้านี่”
“เอ่อ .... “ จุนโนะอึกอักแต่ก็จับมือยูอิจิแงะออกเบาๆโคกิเห็นท่าทางเงอะงะของไอ้จุนโนะที่ยิ้มไม่ออกก็พอเข้าใจ ไอ้นี่ไม่กล้าแตะตัวยามะพีสินะ กลัวห้ามใจไม่ไหวเหรอมึง เหมือนกูเลย
“เอ๊ะ แล้วไอ้ยูมันกล้าจับมือนายแน่นขนาดนี้เลยเหรอพี” ไวเท่าความคิดโคกพูดอย่างที่ตัวเองคิดออกไปแต่ยามะพีก็ส่ายหน้าบอกว่าไม่รู้เหมือนกัน
“เอาไงดีวะ” โคกิรำพึง มึงพึ่งจะมารุกเค้าวันนี้แถมยังรุกหนักด้วยนะ ตามอารมณ์มันไม่ทันจริงๆหรือว่าจะเมาจนเพี้ยน
ยามะพีก็ได้แต่ส่ายหน้าไม่รู้ท่าเดียว
“ไอ้ยูมึงจะเอาไงของมึง”
“เอายามะพีไปด้วย กูจะเอายามะพีกลับบ้าน T^T “
“เชี่ยยู มึงร้องไห้ทำไมวะ” โคกิเกาหัวแกรกๆ กูจะบ้าตาย อย่างไอ้จินไอ้ยูเนี่ยร้องไห้แล้วดูไม่จืดเลยแหละมึง มาดเซเมะหายไปหมด ยามะพีนี่ก็ดีแสนดียอมอยู่นิ่งๆให้ไอ้ยูมันจับโน่นจับนี่ก็ได้ หรือจะเห็นว่ามันเมาเลยไม่ว่าอะไร … อื้ม หรืออีกนัยนึงคือแอบมีใจเหมือนกัน
“มึงด่ากูเหรอ” ยังมาทำท่าน้อยใจร้องไห้อีกนะมึง ตัวโตๆได้โอกาสซบหน้าลงกับไหล่บางๆของยามะพีใกล้เข้าไปอีก เนียนดีนะมึง
.
.
.
บ่ายสองแล้วแดดข้างนอกร้อนเปรี้ยงๆในตึกแอร์ก็ไม่ได้เสียแต่ทำไมบรรยากาศมันอึมครึมอย่างงี้วะ ไอ้ยูไม่พูดไม่จา ไอ้จินดูซึมๆ แต่น้องนี่ดูเศร้าไปเลยหล่ะ แอบหลบไปอยู่ไหนแล้วก็ไม่รู้ อะไรของไอ้พวกนี้หรือว่าเมาค้าง
“เฮ้ย ยู กูว่ามึงดูหน้าซีดๆไปนะมึง ไม่สบายรึเปล่าวะวันนี้ดูหน้าตาโง่ๆผิดปรกตินะ ไหนดูดิ .....”โคกิเอามือจับหน้าผากได้ก็รีบชักมือกลับทันที
“โหย ตัวร้อนนะมึง กลับบ้านเหอะยูมึงไม่สบายแล้วหล่ะ ไอ้โนะมึงพามันไปหาหมอดิ”
“กูไม่ไป”
“อุวะ เป็นเชี่ยอะไรของมึง เมื่อคืนเมาก็งอแงวันนี้ไม่สบายก็งอแงอีกนะมึง ทำมะ ต้องให้ไอ้พีมันพาไปรึไงมึงถึงจะยอมไป”
“เออ”
“ฮุ่ย” โคกิผงะไปกับคำตอบจริงจังของยูอิจิ เอาจริงเหรอวะหรือว่าเมื่อคืนสปาร์คกันแล้ว
“เดี๋ยวกูพามึงกลับบ้านเองยู แล้วจะแวะไปซื้อยาให้”
“อื้ม ....” ยูพูดแบบขอไปที ก็นะร่างกายมันไม่เต็มร้อยอะไรๆมันก็เลยติดๆขัดๆไปหมดน่ะแหละ ยิ่งไม่สบายยิ่งอยากเจอยามะพีเข้าไปใหญ่เลย เมื่อคืนไม่รู้ไปทำอะไรกับเค้าไว้มากไหม แต่รู้หล่ะว่าได้จับมือนุ่มนั่นไม่ปล่อยเลย กว่าจะปล่อยได้ก็นั่นแหละ ถึงคอนโดเค้าพอดี ความจริงแอบหวังลึกๆด้วยซ้ำว่าอาจจะมีการใกล้ชิดกันมากกว่านั้นทั้งคืน ... อ้าว ผมก็ผู้ชายนะครับ คิดแบบนี้ก็คนที่แอบรักน่ะ ไม่ผิดหรอกมั้ง
“เมื่อคืนกูหน้าด้านมากไหมวะ”
“มากๆเลยแหละมึง เล่นจับมือนัมเบอร์วันของค่ายไม่ปล่อยอย่างงั้น ยามะพีหน้างี้แดงแล้วแดงอีก ถามจริงเมื่อคืนมึงปล่อยเค้ากลับกี่โมงวะหรือว่าเช้า”
“อ้าว เมื่อคืนเค้าไม่ได้กลับไปพร้อมมึงเหรอวะ” ยูหน้าตาตื่นๆ หน้าที่ซีดแล้วยิ่งซีดหนักเข้าไปอีก มิน่า ถึงว่าไปถอดเสื้อนอกออกตอนไหน ห่มผ้าตอนไหน แถมหลับสนิทตลอดคืน เหมือนว่าได้กลิ่นหอมอ่อนๆลอยติดจมูกมาด้วย .... ทำไมกูไม่เอะใจเลยวะ
“เปล่า”
“ ... ทำไงดีวะ ... เฮ้ย แต่เมื่อคืนกูไม่ได้ทำอะไรเค้าเลยนะเว้ย เมาแล้วเลยหลับไปเลยอะ”
“ไม่รู้ว่ะ กูว่ามึงรีบไปนอนก่อนเหอะ พอหายแล้วจะได้รีบไปสู่ขอพีให้เป็นเรื่องเป็นราวเดี๋ยวหมาคาบไปแดกแล้วจะเสียใจ”
“แหะๆ แล้วคาเมะไปไหนแล้ววะ ไม่เห็นหน้าน้องเลยจะกลับแล้วด้วย”
“ถามไอ้จินมันดิ มันไปทำอะไรให้น้องเสียใจรึเปล่า”
“น้องมึงอะเหรอจะรู้สึกอะไร กูนี่เสียใจจะตายอยู่แล้ว” จินก็อยากจะพูดดีๆอยู่หรอก แต่อารมณ์ตอนนี้มันไม่ปรกติก็เลยตะโกนออกไปแบบนั้น แล้วเพื่อนคัทตูนก็หันมามองจินตรงๆ ปัญหามันเหมือนจะหนักหนาจริงๆจนจินก็เริ่มควบคุมไม่อยู่ อะไรวะ ตอนก่อนออกไปก็ดีๆอยู่แท้ๆ
“มึงทำอะไรน้อง มึงปล้ำเค้าแล้วเค้าไม่ยอมหรือไง”
“ก็ ... เกือบๆ”
“เฮ้ย .. มึงตอบมาดีๆนะเว้ยไอ้จิน ตกลงมึงทำอะไรน้อง”
“ไม่รู้ แต่กูรักเค้า”สิ้นคำของจินประตูห้องก็เปิดพอดี คนที่ก้าวเข้ามาก็เลยตกเป็นเป้าสายตาได้ง่ายๆ คาเมะไม่พูดว่าอะไรแต่เดินไปหลบอยู่หลังจุนโนะ ไม่มองหน้าใครบางคนเลย คัทตูนที่เหลือเหลือบมองคาเมะทีมองจินทีอย่างไม่รู้ว่าควรจะทักหรือพูดอะไร ก็พอดีกับที่จินย้ายตำแหน่งเดินเข้ามาใกล้แต่คาเมะก็เบียงตัวไปหาโคกิ พอจินเดินตามคาเมะก็กลับย้ายไปอยู่ที่ยูอิจิ เท่านั้นแหละ เสียงเล็กๆแหลมๆที่ยังไม่พูดอะไรก็ร้องออกมาเสียงดัง
“เห ... ยูจังไม่สบายเหรอตัวร้อนจี๋เลย ขนาดไม่ได้จับยังรู้เลยนะเนี่ยว่าตัวร้อน”
เพล้ง!!!!
เสียงแก้วน้ำที่จินปามันใส่พนังดังสนั่นมากๆจนทุกคนตกใจไม่เว้นแม้แต่ยูอิจิที่สะลึมสะลือได้ที่
“ทำบ้าอะไรของนายจิน!!!” คาเมะอดไม่ไหวร้องถามขึ้นมาอย่างเหลืออด จินตอนนี้ดูไร้เหตุผลมากๆแต่สายตาที่จ้องมามันน่ากลัวนัก
“ต้องทำแบบนี้เหรอคาเมะนายถึงจะพูดกับฉันน่ะ!!!” จินก็ตอบกลับไปอย่างแรงพอๆกันแล้วเดินเข้าไปใกล้กับคาเมะซึ่งตอนนี้ยืนหลบอยู่หลังยูอิจิเรียบร้อยแล้ว
“เฮ้ยจินใจเย็นๆ” เป็นโคกิที่ต้องเดินเข้ามากันจินให้ออกห่างๆคาเมะที่ตอนนี้ขวัญเสียไปถึงไหนแล้ว จินคว้าแขนคาเมะได้ก็ไม่ยอมปล่อยจนน้องขวัญเสียหมดแล้วน้ำตาเริ่มคลอหน่วยเพราะว่าจินแรงเยอะจับแน่นเสียจนเจ็บ
“ปล่อย .....”
.
.
.
“นี่พี ฉันเห็นนะเมื่อคืนน่ะ นายทำอะไรกับยูอิจิ” เรียวถามอย่างคาดคั้น ยามะพีน่ะ ถ้าไม่ง้างปากจริงจังละก็ มีหวังไม่ต้องได้รู้กันทั้งชาติ แต่ถามแบบนี้จะให้น้องพีตอบยังไงล่ะในเมื่อไม่ใช่เรียวคนเดียวแต่นิวส์ทั้งวงเลยนี่ที่นั่งรอคำตอบหน้าสะล่อน
“นี่พี นายแอบกิ๊กกั๊กกันรึเปล่า”
“บ้าเหรอ” แต่ยามะพีก็แอบคิดในใจว่าถ้ามีแอบๆกิ๊กกันสักนิดก็คงดี
“เห ทำไมต้ายต้องหน้าแดงอย่างงั้นด้วย มีอะไรก็บอกพวกเราได้นะพี เราเป็นเพื่อนกันอยู่แล้วนี่ จริงมะๆ” คุซาโนะหาแนวร่วมโดยการหันไปถามคนอื่นซึ่งก็พยักหน้ากลับมาแรงๆว่าเออดิ
“ก็ .... แอบชอบอะ”
“ว้าวๆ จริงอะไอ้ห้อยนี่นะพี”
“ตะ ...แต่ฝ่ายนั้นเค้าไม่ได้คิดอะไรเลยนะ ไม่เคยคุยกัน ไม่มีเบอร์โทร เผลอๆเมื่อคืนก็อาจจะจำไม่ได้ด้วยซ้ำ” ยามะพีก้มหน้าลงซ่อนสีหน้าที่ลังเลและไม่แน่ใจเอาไว้
“อ๊ากกกก ไอ้บ้ามันจำไม่ได้เหรอ กูนี่แหละจะไปแหกกะบาลมัน”
เพื่อนๆช่วยกันฉุดรั้งหมีคุที่โอเว่อร์เกินเหตุจนเป็นเรียวที่ดึงมันมาตบกะบาลแรงๆ ไอ้เชี่ยนี่ชอบสร้างสถานการณ์
โทรศัพท์ของมัตสึดังขึ้นทำให้ทุกคนให้ความสนใจว่าทำไมริงโทนมันต้องเป็นเพลงของคัทตูนด้วยวะ มัตสึดะยิ้มอายๆให้กับสายตาจับผิดของหมีคุ
“อื้ม ฮัล ...ฮัลโหล” กูอยากจะร้องไห้ จะออกไปรับโทรศัพท์ที่อื่นก็ไม่ได้ ก็ฮิโรกินะสิจับแขนไว้ซะแน่น แล้วทำไมต้องเงี่ยงหูฟังกันด้วยว่ะ พีแกก็เป็นไปกับเค้าอีกคนเหรอ
“ห๊ะ ... แล้วเป็นอะไรมากรึเปล่ายูหน่ะ”คำว่ายูเรียกสติของยามะพีได้มากที่สุด คนที่ตาโตที่สุดยื่นหน้าเข้าไปซะชิดแก้ม อยากฟังด้วย ยูเป็นอะไรน่ะ
“อื้ม แล้วคาเมะหล่ะ เป็นอะไรมากรึเปล่า” หา ..... คาเมะด้วยเหรอ
“โอ๊ะ ...จินเหรอ สองคนนั้น” โอ้ว ยู จิน คาเมะ คราวนี้คัทตูนต้องแยกวงจริงๆแล้วมั้งเนี่ย(เว่อร์)
“อื้ม งั้นไม่เป็นไรเดี๋ยวจัดการให้ เอ๊ะ แต่ว่าวันนี้กว่าจะเลิกก็เกือบๆเที่ยงคืนเลยนะแต่หมอไปดูแล้วใช่ไหม ... อื้มงั้นตามนี้นะเดี๋ยวเราไปเอากุญแจ .. บาย”
“ว่าไงๆ”
“พวกเรา นิวส์มีภารกิจอันยิ่งใหญ่ที่ต้องทำแล้วล่ะ!!!” ถึงจะพูดเปลี่ยนเรื่องอย่างงั้นก็เถอะแต่ท้ายที่สุดมัตสึดะก็ถูกรุมกินโต๊ะถามเรื่องโทรศัพท์ลึกลับนั่นอยู่ดี โฮ๊ะกิ๊กกับจุนโนะก็ไม่บอกเนาะคนเรา
.
.
.
แล้วภารกิจที่ว่าก็คือพากันไปถล่มคอนโดของยูอิจิตอนตีหนึ่ง กะมานั่งฉลองกันรึไงนะพวกนี้ยามะพีมองความวุ่นวายที่เกิดจากการมองนู่นจับนี่ของเพื่อนๆแล้วก็ส่ายหน้า ของกินที่ซื้อมายังวางอยู่บนโต๊ะยาวในห้องครัวอยู่เลย ดีเท่าไหร่แล้วที่พวกนั้นไม่กลับใจรื้อมันออกมากินเสียเอง
“เอ่อ .. นี่พวกเราจะไม่เข้าไปดูเค้าหน่อยเหรอ”
เรียวกวักมือเรียกยามะพีเข้ามาใกล้ๆพร้อมกับทุกคนที่เริ่มตีวงเข้ามาใกล้
“ยามะพีที่นายต้องถามคือใจตัวเองไม่ใช่พวกเรานะ นายอยากทำอะไรล่ะ น้ำอุ่นอยู่ตรงนั้น ยาก็อยู่บนโต๊ะคุณหมอเค้าเขียนไว้หมดแล้ว พวกเราอยู่ข้างนอกนี่แหละ ไม่อยากรบกวนคนป่วยหรอก”
พอบอกแบบนั้นและประกอบกับเห็นใบหน้าหวานๆของเพื่อนออกสีแดงระเรื่อเรียวเลยจัดการดึงยามะพีเข้าใกล้ประตูก่อนจะดันหลังให้เข้าไป ใบหน้าคนอื่นๆยื่นมองเข้ามากันเป็นแถวเพราะอยากเห็นของแปลก นานๆทีผู้ชายถึกๆในค่ายจะป่วยเลยอยากจะดูเป็นขวัญตาสักครั้ง แล้วก็ไม่เสียใจเลยที่เห็นไอ้ห้อยวงคัทตูนนอนซมไม่ได้สติอยู่บนเตียง สีหน้าไม่ได้ดูโง่เหมือนทุกครั้งอีกแล้ว แต่มันดูทรมานมากๆจนพวกเค้าเองก็นึกโทษกันอยู่ในใจว่าน่าจะส่งตัวยามะพีเข้าหอ เอ่ย เข้าห้องไปดูมันตั้งนานแล้ว
เป็นไรมากรึเปล่าวะห้อยหน้าซีดตัวสั่นเชียว พวกกูเป็นกำลังใจให้มึงกับยามะพีนะเว้ย(ยูอิจิฝากบอกมาว่าขอบคุณครับ)
แค่เข้ามาในห้องแคบๆนี้สองต่อสองยามะพีก็เขินมากๆเลย ยามะพีลังเลที่จะทาบมือลงไปบนหน้าผากอุ่นๆนั่นแต่เพราะความเป็นห่วงมากๆก็เลยทำ หน้าผาก แห้ม แล้วก็ลำคอ ยามะพีพึ่งรู้ว่ายูอิจิไม่ได้หลับแต่นอนหลับตาอยู่ต่างหาก เพราะว่าท่าทางการกลืนน้ำลายอย่างยากลำบากนั่นทำให้ยามะพีรุ้ แล้วก็ดูสิ ขมวดคิ้วแน่นเชียวทรมานมากรึไงนะ
“ยูอิจิ กินน้ำนะ” ยูอิจิไม่พูดว่าอะไรแต่ยามะพีก็กรอกน้ำอุ่นลงแก้วแล้วประคองลำตัวหนักๆของยูอิจิไว้ค่อยๆกรอกน้ำลงไปทีละนิด นิดเดียวจริงๆ คนป่วยลืมตาขึ้นมาอย่างยากลำบาก อยากเห็นด้วยตาว่ากลิ่นหอมอ่อนๆที่ได้สัมผัสนั้นมาจาตัวของยามะพีจริงๆใช่หรือเปล่า
แล้วคำตอบทั้งหมดก็ทำให้ชายหนุ่มนึกอยากจะหายแล้วคว้าตัวนิ่มๆเข้ามากอดแน่นๆให้หายอยาก แต่ที่ทำได้มากที่สุดตอนนี้คือลืมตามองใบหน้าหวานใสที่อยู่ใกล้ชิดเท่านั้น
“ยามะพี”
“หือ” เพราะมันเบามากๆจนทำให้เจ้าของชื่อที่นั่งอยุ่บนเตียงเดียวกันต้องก้มตัวยื่นหน้าเข้าไปใกล้ๆ ใกล้จนยูอิจิรู้สึกถึงเส้นผมเส้นเล็กๆของยามะพีที่ตกลงมาคลอเคลียอยุ่บนใบหน้าของเค้า
“ดีใจจัง”ถ้าตาไม่ฝาดผมเห็นนะว่าแก้มนวลเนียลสีน้ำผึ้งซับสีเลือดฝาดขึ้นมาอย่างประหลาด ยามะพีผละตัวออกไปเร็วจนผมใจหายอดที่จะยกมือขึ้นคว้าลำแขนบางนั่นไม่ได้ แต่ก็ไม่ทัน แค่ยกมือขึ้นมาก็เหนื่อยแล้ว
แต่กลับเป็นยามะพีเสียเองที่คว้ามือผมไปกุมไว้เพราะว่าดวงตากลมโตนั่นหันมาเห็นพอดี
พระเจ้าครับ ให้ผมหายดีตอนนี้เลยได้ไหม ผมอยากกอดเค้า
“ผมไม่ได้ไปไหน แค่จะเอาผ้ามาเช็ดตัวให้ แป๊บเดียว” ยามะพียิ้มอ่อนๆให้คนที่หลับตาลงอีกครั้ง ถึ้งแม้ยูจะไม่เห็นรอยยิ้มของเค้าแต่เค้าก็กระชับมือนั้นแน่นๆให้รู้ว่าเค้าพูดจริงๆ
ยูอิจิคลายมือที่กอบกุมไว้พร้อมกับที่ยามะพีเองก็ผละมือออกไปเหมือนกัน น่าแปลกนะ ทั้งที่ยูอิจิไม่ได้พูดว่าอะไรแต่ยามะพีก็รู้ว่าควรจะตอบว่าอะไร นั่นน่ะ คำพูดที่ยามะพีพูดมันเหมือนยาชั้นดีสำหรับยูอิจิเลยหล่ะ ถึงแม้ร่างกายจะยังอ่อนแอแต่ตอนนี้หัวใจเค้าเต้นอย่างกับคนที่แข็งแรงมากๆคนนึ่งเลยหล่ะ
ผ้าอุ่นๆแตะลงบนใบหน้าเบาๆแต่ชายหนุ่มกลับรู้สึกว่ามันเย็นและเจ็บผิวเหลือเกิน ยามะพีมองใบหน้าที่หันหนีไปอีกทางอย่างเป็นห่วง
“มันเย็นเหรอยู”
ชายหนุ่มไม่ได้ตอบคำถามนั้น แต่สีหน้ากลับแสดงให้เห็นอย่างจริงจังว่าไม่อยากให้เช็ด ยามะพีคนที่เฝ้ามองอยู่ตลอดก็รู้ พยายามหาคำพูดลื่นหูกล่อมให้ยูอิจิยอมอยู่ดีๆ
“แต่ถ้าเช็ดสักหน่อยไข้จะลดไวนะ นายจะได้หายเร็วๆไง ... นะ”
ถึงมือข้างหนึ่งจะกำผ้าไว้ แต่อีกข้างก็กำมือใหญ่ไว้มั่น กระชับแน่นเข้าไปอีก ป้อนคำหวานให้อีกระลอก
“ทุกคนเป็นห่วงยูนะ ... ผมก็ด้วย”
แต่พอวางผ้าขนหนูชุบน้ำลงไปเท่านั้นแหละ ใบหน้าหล่อที่ซีดจัดก็กลับหันไปอีกทางเสียอย่างงั้น ดื้อจังน้าผู้ชายคนนี้
“ยูอะ ทำอย่างงี้ผมเสียใจนะ คนอุส่าห์เป็นห่วง” ยามะพีเริ่มงอนบ้างแล้วนะ แต่นิดเดียวเท่านั้นแหละ
“พี”
“หือม์”
ยามะพีก้มหน้าลงใกล้ๆเพื่อที่จะได้ยินที่ยูพูดชัดๆ
“ไม่อยาก ... ให้พีเป็นห่วง”
“งั้นก็อยู่นิ่งๆสิ ไม่ต้องพูดแล้วนะยูเดี๋ยวจะเหนื่อย” ยามะพีกลัวจริงๆเพราะดูสิ แค่ลืมตายังลืมไม่ขึ้นยังจะฝืนพูดอีกนะ นี่ถ้าเจ็บคอขึ้นมาจะว่ายังไง
“ไม่อยากให้เป็นห่วง .... แต่อยากให้เป็นแฟน”
ประโยคที่ทำให้โลกของทั้งคู่หยุดหมุนในวินาทีเดียว
ยูอิจิที่ไม่แน่ใจว่ายามะพีจะใจตรงกันหรือเปล่า
ยามะพีที่พยายามอย่างที่สุดที่จะไม่ร้องไห้เพราะดีใจเกินไป
หัวใจของทั้งคู่เต้นถี่รัว
“พี”
เสียงเรียกชื่อแผ่วเบาถูกตอบกลับด้วยจูบที่แผ่วเบาไม่แพ้กัน ถึงจะไม่ได้ลืมตามองแต่สัมผัสอุ่นนุ่มที่แนบลงบนริมฝีปากก็ช่วยย้ำให้ชายหนุ่มรู้ชัดในความรู้สึกว่าคนตอบรับจริงจังกับมันมากแค่ไหน ยามะพีจูบย้ำลงที่แก้มสากอีกครั้งย้ำให้ชัดๆว่าคำตอบรับคืออะไร จูบลงตรงหน้าผากอุ่นๆด้วยความห่วงใย แล้วกลับมาจูบลงตรงริมฝีปากอีกครั้ง ย้ำให้ชัดๆว่ารักมากแค่ไหน
ยามเมื่อเรียวปากบางๆผละออกกลับเป็นยูอิจิที่ทำท่าจะตามหาริมฝีปากคู่เดิมจนยามะพีต้องแตะปากลงไปเบาๆอีกครั้ง
“อย่าใจร้อนสิ ก็เป็นแฟนกันแล้วนี่จะจูบอีกเมือไหร่ก็ได้ ... ถ้ายูหาย ... ก็มาจูบกัน ... อีกนะ”
“ร้องไห้เหรอ ... แค่กๆ”
ยูอิจิใจเสียกับท้ายประโยคที่แผ่วหวิว
“ก็มันดีใจอะ ... นอนเถอะนะยูผมไม่ไปไหนหรอกจะนอนข้างๆยูตรงนี้แหละ จะดูแลอยู่ตรงนี้”
“อื้ม แค่กๆ นิ่งซะนะ”
กระชับมือเข้าไปอีก จับไว้นะจับไว้ให้แน่นๆ
ส่งผ่านไปแล้วใช่ไหม คำว่ารัก ความรัก ที่มีให้
รู้แล้วใช่ไหมว่าก็รักไม่ต่างกัน
.
.
.
TBC ….